ป้อนข้อมูลสถิติคดีอาญา&จราจร
UserName
Password
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ท่านจะให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างไรเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน
ประชาชนธรรมดาจะจับกุมผู้กระทำผิดได้หรือไม่
คำแนะนำการจดตำหนิรูปพรรณบุคคลและยานพาหนะของคนร้าย
ท่านจะให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างไรเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของท่าน
     เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน โปรดให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนี้
1.ปฏิบัติตามคำแนะนำ ในคู่มือประชาชนเล่มนี้ และแผ่นปลิวแผ่นพับเกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมประเภทต่าง ๆ คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน, การป้องกันและระงับอัคคีภัย ,การป้องกันยาเสพติดให้โทษ ,คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย
2.จดบันทึกรายการทรัพย์สินภายในบ้าน ตำหนิรูปพรรณ หมายเลขเครื่อง หมายเลขทะเบียนทรัพย์สินที่มีค่าภายในบ้านของท่าน ทำเครื่องหมายหรือสลักหมายเลขบัตรประจำตัวของท่านลงบนทรัพย์สินเหล่านั้น และทำบัญชีเก็บไว้ในที่มิดชิด และถ่ายรูปทรัพย์สินเหล่านั้นไว้ด้วย (ตามแบบฟอร์มท้ายนี้) เพื่อง่ายต่อการแจ้งหายและผลในการติดตาม และยืนยันแสดงความเป็นเจ้าของเมื่อตรวจพบของที่หายตลอดจนคนร้ายนำทรัพย์สินนั้นไปขายได้ยาก ถ้ามีรอยสลักเครื่องหมาย
3. เพื่อป้องกันโจรกรรมในเคหสถาน
   (1) ตรวจสอบความแข็งแรงของกลอน ล็อกประตูหน้าต่างทุกบานทุกช่อง กลอนธรรมดา คนร้ายสามารถงัดออกได้ง่ายกว่ากุญแจที่มีกลอนล็อก 2 ชั้น
   (2) กญแจให้เปลี่ยนทุกครั้งที่ย้ายบ้าน หรือเข้ามาอยู่ใหม่ หรือทุกครั้งที่กุญแจหาย
     - อย่าให้ลูกกุญแจสำรองกับผู้อื่น
     - อย่าเขียนข้อความติดกับลูกกุญแจที่แสดงว่าใช้กับประตูใด ให้จัดทำสมุดบันทึกส่วนตัวเพื่อบันทึกช่วยจำ
   (3) เงินสด เครื่องประดับ ของมีค่าเก็บไว้ในที่ปลอดภัยและล็อกกุญแจให้เรียบร้อย
4. แสดงสว่าง
   (1) เปิดไฟไว้ภายนอกรอบ ๆ อาคาร โดยเฉพาะที่ใกล้ประตูหน้าต่างให้สว่างตลอดคืน แต่สวิตซ์ ปิด เปิด จะต้องอยู่ภายในบ้าน และไฟจะต้องอยู่สูงเกินกว่าคนร้ายจะปีนขึ้นไปถอดออกได้ จะป้องกันมิให้คนร้ายเข้างัดประตูปหน้าต่างได้สะดวก
   (2) เปิดไฟภายในบ้านเป็นบางห้องเพื่อให้คนร้ายลังเล
5. ในเวลากลางคืน ไม่ว่าท่านจะอยู่บ้านหรือไม่ก็ตาม ควรปิดม่านไว้ให้เรียบร้อย การเปิดม่านไว้จะทำให้คนร้ายล่วงรู้ได้ว่า ภายในบ้านมีคนอยู่หรือไม่ จำนวนเท่าใด มีทรัพย์สินมีค่าอยู่ที่ใด และง่ายต่อการเข้าโจรกรรม
6. การปลูกต้นไม้ใหญไว้ใกล้ชิดหน้าต่างบ้านมาก คนร้ายอาจใช้เป็นที่ซ่อนตัวในขณะที่ลงมืองัดประตูหรือหน้าต่าง
7. การแจ้งข่าวอาชญากรรม สามารถแจ้งโดยทางโทรศัพท์ ทางจดหมายไปยังสถานีตำรวจท้องที่ หรือไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองในท้องที่
   (1) แจ้งข่าวก่อนเกิดเหตุ
     - เพื่อให้ทราบว่าใครมีพฤติการณ์เป็นคนร้าย ลักเล็กขโมยน้อย ลักโคกระบือ
     - ที่ใดเป็นที่ซ่องสุมหรือหลบซ่อนตัวของคนร้าย หรือแหล่งรับซื้อของโจร หรือแหล่งรับไถ่ถอนทรัพย์ที่หาย
     - ใครเป็นนักเลงอันธพาล ขี้ยา สูบฝิ่น สูบเฮโรอีน กัญชา สารระเหย
     - ที่ใดเป็นแหล่งค้ายาเสพติด
     - ใครเป็นมือปืนรับจ้าง
     - ใครเป็นคนแปลกหน้าที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย
     - แหล่งล่อลวงหญิง
   (2) แจ้งข่าวขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
     - แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีหากได้พบเห็นบุคคลซึ่งสงสัยว่าเป็นผู้กระทำผิดหรือพบความเคลื่อนไหวที่น่าสังสัยหรือพบยานพาหนะที่น่าสงสัยในบริเวณที่ชุมชนของท่าน และจดจำตำหนิรูปพรรณของคนที่ต้องสงสัยและพาหนะไว้ด้วย
     - ให้ข้อเท็จจริงกับตำรวจว่า ท่านได้พบเห็นเหตุการณ์อย่างไรขณะเกิดเหตุ (การจะโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายหรือสถานีตำรวจอยู่ด้านหล้งคูมือนี้)
8. การเป็นพยานในคดี ถ้าท่านได้พบเห็นเหตุการณ์ขณะก่อนเกิดเหตุ-ขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ อย่างไร โปรดให้ความร่วมมือเป็นพยานให้ข้อเท็จจริงกับตำรวจเพื่อยืนยันผู้กระทำผิดและจับกุมตัวมาดำเนินคดีฟ้องให้ศาลลงโทษต่อไป ถ้าหากท่านรู้เห็น แต่ไม่ยอมเป็นพยานก็เสมือนเป็นการช่วยเหลือคนร้ายหรือผู้กระทำผิดให้รอดพ้นจากการจับกุมและรอดพ้นจากการถูกลงโทษ คนร้ายก็จะออกมากระทำผิดต่อไปอีกเรื่อย ๆ และอาจจะมากระทำต่อท่านในที่สุด และก็จะทำให้คนร้ายเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินขีดความสามารถที่ตำรวจจะป้องกันดูแลได้อย่างทั่วถึง
9. หากท่านประสบเหตุ จงพยายามจดจำและบันทึกตำหนิรูปพรรณของคนร้าย และยานพาหนะของคนร้าย ตลอดจนอาวุธที่คนร้ายใช้ (ตามคำแนะนำท้ายนี้)
10. ตามหมู่บ้านจัดสรร หรือหมู่บ้านในชนบทควรมีการจัดเวรยามหมู่บ้าน จัดตั้งด่านตรวจทางเข้าหมู่บ้าน โดยประสานงานกับตำรวจท้องที่ ในการฝึกอบรมและการจัดระบบการป้องกันควรมีการจัดระบบเตือนภัย โดยใช้กริ่งสัญญาณติดบ้านใกล้เคียง หรือกำหนดสัญญาณตีเกราะระดมชาวบ้านช่วยเหลือกัน
11. วัวควายตามหมู่บ้านในชนบท ควรจัดเป็นคอกรวมคอกและจัดเวรยามเฝ้าเพื่อป้องกันการถูกโจรกรรม
12. ในหมู่บ้านจัดสรร ที่มีการก่อสร้างจะมีคนงานเข้าออก หน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านควรประสานเจ้าของหมู่บ้าน และผู้รับเหมา และตำรวจท้องที่ จัดทำบัตประวัติคนงานมีรูปถ่ายและพิมพ์มือตรวจสอบประวัติเก็บไว้เป็นหลักฐานเพราะบางคนเคยมีประวัติในทางโจรกรรม จะได้ป้องกันไว้ก่อน (ตามแบบฟอร์มท้ายนี้)
13. เจ้าของบ้านควรจะได้มีการประสานกับหน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และตำรวจท้องที่ถ่ายรูปทำประวัติ พิมพ์มือคนใช้ คนสวน คนขับรถ เก็บไว้กับเจ้าของบ้าน เมื่อมีเหตุการณ์จะได้ติดตามได้โดยง่าย (ดังแบบฟอร์มท้ายนี้)
14. ในกรณีที่เกิดอัคคีภัยโปรดแจ้ง ตำรวจดับเพลิง หรือเทศบาล สุขาภิบาล และตำรวจท้องที่โดยด่วน และปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยในคู่มือนี้ และจะต้องมีการจัดเตรียมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยสำหรับสำนักงาน หมูบ้าน อาคารต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า และมีการซักซ้อมให้เกิดความพร้อมตลอดจนตรวจสอบเครื่องมือเครื่องใช้ในการดับเพลิงและแหล่งน้ำที่ใกล้เคียง และมีการจัดแบ่งหน้าที่ไว้เป็นฝ่าย ๆ คือ
     - ฝ่ายดับไฟและจัดหาน้ำดับไฟ
     - ฝ่ายอพยพทรัพย์สิน
     - ฝ่ายช่วยเหลือ คนชรา เด็ก คนป่วย
     - ฝ่ายดูแลทรัพย์สินป้องกันถูกโจรกรรม
     - ฝ่ายนำคนเจ็บส่งสถานพยาบาล
15.ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุรถชนกันมีคนบาดเจ็บ หรือผ่านไปประสบเหตุ
   (1) รีบแจ้งเหตุให้ตำรวจท้องที่หรือตำรวจท้องที่ใกล้เคียงที่สุดให้ทราบเหตุ
   (2) ช่วยดูแลทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุ
   (3) ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ให้ถูกต้องตามวิธีปฐมพยาบาล โดยมีขั้นตอนดังนี้
     - ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นอันขาด จนกว่าจะแน่ใจว่าผู้ป่วยไม่มีกระดูกหัก
     - ถ้ามีอาการเลือดออกต้องห้ามเลือดก่อน
     - ถ้าหยุดหายใจต้องทำการผายปอด
     - ในกรณีคนไข้ยังไม่รู้สึกตัว ห้ามไม่ให้คนไข้ดื่มน้ำ หรือยาใด ๆ เป็นอันขาด
     - พยายรมให้ผู้ป่วยนอนศีรษะราบ ตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง เงยคางไว้ ถ้ามีอาเจียนเต็มปากต้องควักออกให้หมด
     - ผู้ทำการปฐมพยาบาลต้องรอบรู้ และมีความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาล มีสติ รู้จักดัดแปลงของใช้ เช่น ไม้กระดาน ผู้เช็ดหน้า ผู้ปูโต๊ะ เศษผ้า เชือก เศษไม้ นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์
     - ส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไปจากโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
หมายเหตุ การปฐมพยาบาลที่ผิดวิธี โดยเฉพาะในรายที่กระดูกคอหัก กระดูกสันหลังหัก อาจทำให้คนไข้พิการตลอดชีวิต (ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลท้ายนี้)
16. การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้าย ประชาชนธรรมดาสามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ (โปรดดูรายละเอียดในเรื่อง "ประชาชนธรรมดาจะจับกุมผู้กระทำผิดได้หรือไม่" ท้ายเรื่องนี้)
17. การรักษาที่เกิดเหตุและของกลางในคดี เมื่อเกิดเหตุคดีอาชญากรรม คนร้ายจะทิ้งร่องรอยหลักฐานไว้ในที่เกิดเหตุ ให้ช่วยกันรักษาสถานที่เกิดเหตุไว้ให้อยู่ในสภาพเดิม อย่าเคลื่อนย้ายทรัพย์สินใดๆ แล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุโดยด่วน " ในกรณีของกลางบางอย่างอาจจะสูญหาย เพราะไม่มีผู้ใดเฝ้าดูแล เช่น อาวุธปืนของคนร้าย มีดที่คนร้ายใช้ทำร้ายตกในที่เกิดเหตุ ผู้พบเห็นอาจเก็บและนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ก่อน
กลับเมนูย่อย      กลับเมนูหลัก
ประชาชนธรรมดา จะจับกุมผู้กระทำผิดได้หรือไม่?
     โดยปกติแล้วการจับกุมผุ้กระทำผิดนั้นเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่พนักงาน ซึ่คำว่า เจ้าพนักงานที่ว่านี้มีความหมายกว้างขวาง ขึ้อยู่กับกฎหมายในแต่ละเรื่องนั้นจะบัญญัติให้ใครเป็นเจ้าพนักงาน เช่น เจ้าหน้าที่ศุลกากร เป้นเจ้าพนักงานตามกฎหมายศุลกากร มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมความผิดเกี่ยวกับการขนสินค้าหนีภาษี เจ้าหน้าที่สรรพสามิต เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายสรรพสามิต มีอำนาจหน้าที่จับกุมความผิดเกี่ยวกับสรรพสามิต ฯลฯ เป้นต้น ส่วนตำรวจ นายอำเภอ ปลัดอำเภอนั้น จัดอยู่ในประเภทพนักงานฝ่ายปกครอง มีอำนาจหน้าที่จับกุมความผิดได้ทุกประเภท แม้ว่าความผิดนั้นจะมีพนักงานโดยเฉพาะแล้วก็ตาม เช่น ความผิดตามกฎหมายศุลกากร กฎหมายสรรพสามิต ตำรวจ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ก็ยังมีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมได้ สำหรับประชาชนหรือที่เรียกว่าราษฎรธรรมดานั้น โดยปกติไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผั้ใดได้ เพราะประชาชนธรรมดาไม่ได้เป้นพนักงาน แต่อย่างไรก็ดีกฎหมายไม่ได้ห้ามเด็ดขาดตายตัวว่ามิให้ประชาชนธรรมดาจับกุมผู้กระทำผิดโดยสิ้นเชิง บทบัญญัติที่เป็นข้อยกเว้นไว้ให้ประชาชนธรรมดามีอำนาจหน้าจับกุมผู้กระทำผิดได้เฉพาะบางกรณีดังต่อไปนี้เท่านั้น
  1.เมื่อเจ้าพนักงานขอร้องให้ช่วยจับ กรณีนี้จะต้องเป็นเรื่องที่กฎหมายจับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานใดก็ตาม และเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการตามกฎหมายหรือจับตามหมายจับนั้นได้ขอร้องให้ประชาชนธรรมดาช่วยจับกุมผู้กระทำผิดตามที่กฎหมายระบุไว้ ข้อนี้ต้องพึงระวังให้ดีว่าถ้าเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานจะจับกุมโดยไม่มีหมายจับแม้เจ้าพนักงานจะขอร้องให้ประชาชนธรรมดาช่วยจับ ประชาชนธรรมดาก็ไม่มีอำนาจในการจับกุม มีข้อสังเกตว่าคำร้องขอของเจ้าพนักงานเช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งของเจ้าพนักงาน ดังนั้น ประชาชนที่ได้รับร้องขอจะปฏิบัติตามคำร้องขอนั้นหรือไม่ก็ได้
  2. เมื่อพบการกระทำผิดซึ่งหน้าเฉพาะความผิดประเภทที่กฎ หมายระบุไว้ กรณีนี้ประชาชนผู้พบการกระทำผิดนั้นสามารถทำการจับกุมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าพนักงานร้องขอ อย่างไรก็ดีอำนาจในการจับกุมของประชาชนธรรมดาตามข้อ 2นี้ค่อนข้างจะมีขอบเขตจำกัดอยู่เฉพาะแต่ความผิดประเภทที่ระบุไว้ในท้าย ป.วิอาญาเท่านั้น และต้องเป็นกรณีที่พบการกระทำผิดซึ่งหน้าอีกด้วย ซึ่งเงื่อนไขข้อนี้นับว่าเป็นปัญหาอยู่ไม่น้อยสำหรันผู้ไม่เคยเรียนกฎหมายมาก่อน เพราะจะไม่ทราบความผิดประเภทใดบ้างที่กฎหมายระบุไว้ในบํญชีท้ายและก็ไม่ทราบว่าที่เรียกว่าความผิดซึ่งหน้ามีขอบเขตความหมายแค่ไหน เพราะถ้อยคำนี้เป็นถ้อยคำทางกฎหมาย ซึ่งมีความหมายเฉพาะ ไม่จำเป้นต้องนำมาเขียนในที่นี้ แต่จะขอนำเอาความผิดซึ่งหน้าที่ระบุอยู่ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเฉพาะที่พบอยู่เสมอเพื่อเป็นแนวทางในการจดจำ
     - ความผิดต่อเจ้าหน้าที่
     - ความผิดฐานหลบหนีจากที่คุมขัง
     - ความผิดต่อศาสนา
     - ความผิดปลอมแปลงเงินตรา
     - การก่อการจลาจล
     - ข่มขืนกระทำชำเรา
     - ทำร้ายร่างกาย
     - ฆ่าคนตาย
     - หน่วงเหนี่ยวกักขัง
     - ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ กรรโชกทรัพย์
  3. เมื่อประชาชนผู้เป็นนายประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้หลบหนีประกัน หรือจะหลบหนีประกัน โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานให้จับกุมได้ทันท้วงทีเท่านั้น การจับกุมประชาชนธรรมดา ตามที่กล่าวมาแล้วทั้ง 3 กรณีนี้เป้นเพียงอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมได้เท่านั้น ไม่ใช่เป้นหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ และถ้าเป้นกรอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ประชาชนธรรมดาก็ไมใมีอำนาจทำการ จับกุมผู้กระผิดได้เลย
ผลทางกฎหมาย
     กรณีที่ประชาชนธรรมดามีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดได้ดังกล่าวมาในข้อ 1-3 นี้ ประชาชนผู้ทำการจับกุมย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เช่นไม่มีความผิดฐานทำให้ผู้ถูกจับเสื่อมเสียอิสระภาพเสรีภาพหรือหากผู้ถูกจับนั้นต่อสู้ขัดขวาง ประชาชนผู้จับก็มีอำนาจใช้กำลังป้องกันตนได้พอสมควรแก่เหตุ ในทำนองกลับกันถ้าเป็นกรณีไม่มีอำนาจจับกุมได้ตามกฎหมาย ผู้จับมีความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียเสรีภาพ และอาจมีความผิดฐานอื่นติดตามมามากมาย เช่น บุกรุก ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ เป็นต้น
กลับเมนูย่อย      กลับเมนูหลัก
คำแนะนำ การจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล และยานพาหนะคนร้าย
     การก่ออาชญากรรม การก่อการร้าย ถือได้ว่าเป็นการกระทำของบุคคลทั้งสิ้น บุคคลต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในแง่ของผู้กระทำดังที่เราเรียกกันว่า "คนร้าย" หรือ "ผู้ร้าย" ประกอบกัยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีปัจุบันได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การกระทำความผิดของคนร้ายมักจะใช้ยานพาหนะต่างๆ เพื่อการหลบหนีอย่างรวดเร็ว พาหนะที่ใช้เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ ในช่วงเวลาที่คนร้ายกระทำความผิดและหลบหนีนั้นคนร้ายย่อมพยายามจะใช้เวลาให้รวดเร็วที่สุด เพื่อมิให้ผู้ใดพบเห็น และจะให้ลอดพ้นจากการสืบสวนติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานรักษาความปลอดภัยหรือประชาชนทั้งหลายย่อมมีโอกาสได้พบเห็นการกระทำความผิดได้ง่ายกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้เนื่องจากหากคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะไม่กระทำความผิด ดังนั้นการที่ท่านำได้มีโอกาสพบเห็นการกระทำผิดดังกล่าวแล้วนั้น ถ้าท่านได้ถูกซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่านอาจจดจำได้เฉพาะเหตุกว้างๆ เท่านั้นในรายละเอียดอันสำคัญ เช่น รูปพรรณของคนร้าย การหลบหนีด้วยวิธีใด ท่านอาจจะตอบไม่ถูก ทั้งนี้เพราะท่านอาจไม่สนใจมากนัก หรืออาจเนื่องจากการที่ท่านยังไม่ทราบว่าหลักการที่จะสังเกตจดจำรูปพรรณคนร้าย ยานพาหนะที่ใช้หลบหนีเป็นอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไร จึงต้องจดจำสิ่งเหล่านั้น การจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้าย ยานพาหนะของคนร้ายได้ดีนั้นมีความสำคัญมากต่อการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ทั้งนี้เนื่องจากถ้าท่านสามารถจดรูปร่างหน้าตา ตำหนิรูปพรรณของคนร้าย และลักษณะรูปพรรณคล้ายกับข้อมูลของท่าน หรือนำไปสเกตช์ภาพคนร้ายแล้วประกาศสืบจับโดยทั่วไป ส่วนยานพาหนะที่ใช้นั้นย่อมเป็นแนวทางในการสืบสวนไปถึงตัวผู้เป็นเจ้าของ และผู้ที่ใช้ยานพาหนะนั้นซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นคนร้ายที่ได้กระทำความผิดอันเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างยิ่ง ในผลงานของตำรวจที่ผ่านมาเป็นจำนวนมากที่พลเมืองดีเช่นท่านทั้งหลาย ได้แสดงความสามารถในการสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้าย และยานพาหนะที่ใช้เป็นอย่างดีเป็นผลให้ตำรวจสามารถพิชิตคดีสำคัญๆ แล้วได้ตัวคนร้ายมาลงโทษในที่สุด ดังนั้น เพื่อเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างตำรวจกับประชาชนในอันที่จะป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การก่อความวุ่นวายต่างๆ พวกเราต้องช่วยกันทุกวิถีทางในอันที่จะป้องกันมิให้เกิดเหตุ หรือหากมีเกิดขึ้นเราก็สามารถจดจำข้อมูลของคนร้ายและนำมาลงโทษได้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยแก่สังคม หรือสถานที่ที่ท่านดูแลรักษาให้คงอยู่ตลอดไป ในการนี้จึงขอแนะนำวิธีการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายลักษณะยานพาหนะต่างๆ มาให้ท่านได้ทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการสังเกตจดจำและโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำหนิรูปพรรณของคนร้าย หากท่านสามารถจดจำรายละเอียดได้มาก โอกาสที่ทางตำรวจจะจับกุมคนร้ายก็มีมากขึ้นด้วย
      การสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล หรือคนร้าย
1. หลักการของการสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณ มีดังนี้
   1.1 สังเกตจดจำสิ่งที่ใหญ่เห็นง่ายไปสู่สิ่งที่เล็กเห็นยาก
   1.2 สังเกตจดจำลักษณะเด่น ตำหนิไปสู่ลักษณะปกติธรรมดา
   1.3 พยายามอย่าจดจำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ให้จดจำบางอย่างที่ท่านจดจำได้อย่างแม่นยำ
   1.4 เมื่อคนร้ายหลบหนีไปแล้วอย่าถามผู้อื่นว่าเห็นอะไรให้รีบบันทึกตำหนิรูปพรรณที่ท่านเห็นและจดจำได้ลงในสมุดหรือกระดาษโดยทันที
   1.5 มอบรายละเอียดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
2. สิ่งที่สามารถจดจำได้ง่าย และควรจดจำก่อน
   2.1 เพศ เป็น ชาย หญิง กระเทย
   2.2 วัยเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ แก่ ฯลฯ อายุประมาณเท่าใด
   2.3 รูปร่าง สูง เตี้ย อ้วน ผอม สันทัด ฯลฯ
   2.4 ผิวเนื้อ ขาว ขาวเหลือง ดำ ซีด เหี่ยวย่น ฯลฯ
   2.5 เชื้อชาติ ดูจากใบหน้า เป็นคนไทย จีน ลูกครึ่ง แขก ฯลฯ
   2.6 รูปหน้า รูปไข่ กลม ยาว เหลี่ยม ฯลฯ
   2.7 ผม สั้น หงอก หนา หยิก ตัดทรงอะไร หวีอย่างไร ฯลฯ
   2.8 ปาก กว้าง แคบ ใหญ่ ริมฝีปากหนา ฯลฯ
   2.9 หู กาง ใหญ่ เล็ก ติ่งหูแหลม ฯลฯ
   2.10 ตา เล็ก โต พอง โปน ตาชั้นเดียว สองชั้น ตาเข สวมแว่นตา แว่นกันแดด ฯลฯ
3. สิ่งที่เป็นจุดเด่นผิดปกติ ตำหนิ ที่อาจจดจำได้ง่าย
   3.1 ตำหนิ แผลเป็นบนใบหน้า ไฝ ปาน หูด เนื้อติ่งมีลักษณะอย่างไร อยู่ส่วนไหนของร่างกาย
   3.2 แผลเป็น มีลักษณะอย่างไร ขนาดเท่าใด อยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย
   3.3 ลายสัก สักรูปอะไร สีอะไร อยู่ที่ส่วนใดของร่างกาย
   3.4 ความพิการ ตาบอด หูหนวก ใบ้ แขนขาด้วน ลีบ ปากเบี้ยว ฯลฯ
   3.5 ท่าทางการเดิน เดินตัวตรง ตัวเอียง ขากะเผลก
   3.6 สำเนียงการพูด พูดช้า พูดเร็ว ติดอ่าง สำเนียง เป็นคนไทย จีน ฝรั่ง หรือสำเนียงคนภาคใด
   3.7 การกระทำบ่อยๆ สูบบุหรี่จัด พูดเอามือปิดปากติดยาเสพติด เวลาพูดเอามือล้วงกระเป๋า
   3.8 การแต่งกาย จดจำเสื้อ กางเกง เช่น แขนสั้น-ยาว ขาสั้น-ยาว ฯลฯ แบบของเสื้อ กางเกง เช่น ยีน เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เครื่องแบบนักศึกษา สีอะไร ลายแบบไหน มีตัวเลขอะไรหรือไม่ รองเท้าที่สวมเป็นชนิดใด สีอะไร แบบใด
   3.9 เครื่องประดับ มีเครื่องประดับอะไรบ้างที่เห็นได้ชัด เช่น แว่นตา นาฬิกา แหวน สร้อย กระเป๋าถือ ฯลฯ
4. กรณีที่คนร้ายมีการพรางใบหน้า เช่น สวมแว่นตากันแดด สวมหมวกกันน็อค คลุมศรีษะด้วยถุง ฯลฯ ก็ให้พยายามจดจำสิ่งที่ใช้พราง และจดจำส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่มิได้พรางและจดจำได้ง่ายดังที่เคยได้กล่าวมาแล้ว การสังเกตจดจำยานพาหนะของคนร้าย หรือผู้ต้องสงสัย
1. มีหลักใหญ่ๆ ดังนี้
   1.1 สังเกตจดจำสิ่งที่ใหญ่ เห็นง่ายไปสู่สิ่งที่เล็กเห็นยาก
   1.2 สังเกตจดจำตำหนิ รอยชน สติกเกอร์ จุดเด่นต่าง
   1.3 พยายามสังเกต อย่าจดจำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ให้จดจำบางสิ่งที่ท่านจำได้อย่างแม่นยำ
   1.4 เมื่อคนร้ายได้ลบหนีไปแล้ว อย่างถามผู้อื่นว่าเห็นอย่างไร ให้รีบบันทึกลักษณะเอาไว้ทัน ที
   1.5 มอบรายละเอียดให้กับตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
2. สิ่งที่สามารถจดจำได้ง่ายและควรจดจำก่อน
   2.1 ประเภทรถจักรยานยนต์ รถเก๋งส่วนบุคคล รถยนต์แท็กซี่สาธารณะ รถบรรทุก รถปิ๊กอัพ รถสามล้อเครื่อง รถจี๊ป ฯลฯ
   2.2 สีของรถ เป็นรถสีใด บริเวณใด เป็นสีชนิดธรรมดา ลูไซท์ ฯลฯ
   2.3 ความเก่า-ใหม่ เป็นรถค่อนข้างเก่าหรือใหม่
   2.4 ยี่ห้อ เป็นรถยี่ห้อใด รุ่นปี พ.ศ. ใด (ต้องฝึกดูและจดจำยี่ห้อต่างๆ )
   2.5 หมายเลขทะเบียน ดูได้จากแผ่นป้ายทะเบียน ให้จดจำทั้งตัวอักษรและหมายเลข ถ้าเป็นรถต่างจังหวัด ให้จดจำชื่อจังหวัดไว้ด้วย แผ่นป้ายทะเบียนรถประเภทต่างๆ จะแตก ต่างกันไป เช่น รถเก๋งส่วนบุคคลแผ่นป้ายทะเบียนจะเป็นพื้นสีขาวตัวเลขและตัวอักษรเป็นสีดำ (เป็นป้ายของทางราชการ) ติดข้างหน้า-หลัง รถแท็กซี่ แผ่นป้ายทะเบียนจะเป็นพื้นสีเหลือง ตัวอักษรสีดำติดทั้งข้างหน้า-หลัง แผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์จะเป็นพื้นสีขาวตัวเลขตัวอักษรสีดำ ติดข้างหลังเพียงแผ่นเดียว
อนึ่ง ในการสั่งเกตุแผ่นป้ายทะเบียนพยายามสังเกตุด้วยว่าเป็นแผ่นป้ายที่ติดไว้อย่างหลวมหรือติดอย่างแน่นหนา หรือมีการพรางเลขอักษรของแผ่นป้ายนั้นๆ หรือไม่ด้วยวิธีการใด (ปัจจุบันคนร้ายมักใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมหรือมีการพรางเลขหมายทะเบียนและตัวอักษรให้ผิดไปจากความเป็นจริง)
3. สิ่งที่เป็นตำหนิรอยชนที่เห็นได้ชัด
   3.1 ตำหนิ เช่น กระจกแตก สีลอก มีรอยเจาะที่ตัวถังของรถ ฯลฯ
   3.2 รอยชน รอยบุบ รถมีรอยถูกชนบริเวณใด มากน้อยเพียงใด มีรอยบุบที่ใด
   3.3 จุดเด่น เป็นรถที่แต่งเพื่อใช้แข่งขัน มีเสาอากาศ ติดอุปกรณ์พิเศษต่างๆ กับรถ ฯลฯ
   3.4 สติกเกอร์ ฟิล์มติดสติกเกอร์ บริเวณใด เป็นรูปหรือเครื่องหมาย หรือข้อความใด มีติดฟิล์มกรองแสงมาก-น้อยที่ใด อย่างไร
   3.5 แผ่นป้ายที่ติดกับกระจกด้านหน้า ได้แก่ แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี แผ่นป้ายผ่านเข้า-ออกของสถานที่ต่างๆ บางครั้งระบุชื่อไว้ที่แผ่นป้าย ถ้าเห็นให้จดจำไว้ด้วย แผ่นป้ายแสดงสิทธิพิเศษต่างๆ เช่นการจอดรถ การประกันภัย ฯลฯ
   การสังเกตยานพาหนะรถยนต์และรถจักรยานยนต์
รถยนต์   หมายเลขทะเบียนรถ ตำแหน่งที่ติด ประเภทรถเก่า รถกระบะ รถบรรทุก สีรถ สติกเกอร์ที่ตกแต่ง ยี่ห้อรถ และรุ่น ตำแหน่งป้ายวงกลม ป้ายผ่านเข้า-ออก สถานที่ส่วนบุคคล ตำแหน่งเสาวิทยุ โทรทัศน์ ชนิดไฟท้าย รูปลักษณะสิ่ง ประดับ เช่น แขวนหน้ารถ วางหน้ารถ
รถจักรยานยนต์   เลขทะเบียน ตำแหน่งที่ติด ประเภท วิบาก ผู้หญิง สีรถ สติกเกอร์ที่ตกแต่ง ยี่ห้อ รุ่น ไฟท้าย บังโคลน ท่อไอเสีย แบบและเสียง
   3.6 เสียงของเครื่องยนต์ แตรจดจำว่าเสียงอย่างไร รถบางประเภท เสียงเครื่องยนต์ เสียงแตร เฉพาะตัว เสียงรถแข่ง รถปกติ รถสามล้อ รถจักรยานยนต์ย่อมแตกต่างกัน บางครั้งเห็นยานภาหนะก็อาจสันนิฐานได้ว่าเป็นยานพาหนะอะไร ต้องอาศัยความชำนาญพอสมควร ทั้งหมดที่ได้แนะนำมานี้เป็นเพียงแนวทางในการที่ท่านจะใช้ในการสั่งเกตจดจำตำหนิรูปพรรณของบุคคล ลักษณะของยานพาหนะที่ต้องสงสัย การที่ท่านจะจดจำได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับว่าท่านมีความสนใจและมีการฝึกฝนในการจดจำตามแนวทางมากน้อยเพียงใด วิธีการฝึกจดจำนั้นไม่ใช่ของยาก ท่านอาจฝึกฝน จดจำบุคคลที่เดินผ่านไปมา หรือยานพาหนะที่ผ่านไปมาแล้วลองบันทึกสิ่งที่ท่านจำได้ แล้วนำไปตรวจสอบกับบุคคล ยานพาหนะจริง อย่างไรก็ตามข้อสำคัญของการสั่งเกตจดจำจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบส่วนของตำรวจก็คือข้อมูลที่แม่นยำใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ดังนั้นหากท่านไม่แน่ใจในข้อมูลใดๆ ก็ไม่ควรใช้วิธีเดาหรือคิดเอาเอง เพราะถ้าให้ข้อมูลเหล่านี้กับตำรวจแล้วอาจทำให้เกิดการไขว้เขว สับสนแก่การปฎิบัติงานของตำรวจอย่างแน่นอน
กลับเมนูย่อย      กลับเมนูหลัก
HOME || สำนักงานตำรวจแห่งชาติ || ตำรวจภูธรภาค 4 || ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี || ผู้บังคับบัญชา || ข้อมูลท้องถิ่น || กระดานข่าว || สมุดเยี่ยม || Webmaster
สถานีตำรวจภูธรกู่แก้ว
130 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านจีต อำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี 41130
โทรศัพท์ 0-4225-6137 , 0-4225-6138 โทรสาร 0-4225-6137
Email : kukaew_po@police.go.th , pol_kukaew46@yahoo.com , pol_kukaew50@hotmail.com